สหรัฐฯ–อิหร่านบรรลุดีลยุติสงคราม เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทิศทางราคาทองคำจะไปทางไหน?

นับเป็นข่าวดีครั้งใหญ่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในชั่วข้ามคืน เมื่อสหรัฐอเมริกาและอิหร่านสามารถบรรลุกรอบข้อตกลง (Framework Agreement) ร่วมกันเพื่อยุติความขัดแย้งทางทหารที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 เดือนได้สำเร็จ นำไปสู่การประกาศหยุดยิงและเตรียมยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดในโลกอย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)" ให้เรือพาณิชย์และเรือขนส่งน้ำมันสามารถกลับมาสัญจรได้ตามปกติอีกครั้ง
การผ่อนคลายความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ในครั้งนี้ ส่งผลกระทบชิ่งต่อตลาดการเงินทั่วโลกทันที โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบดิ่งตัวลงในช่วงเช้า ช่วยลดความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อฝังลึก และปลุกกระแสเม็ดเงินลงทุนให้ไหลกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ต่างๆ อีกครั้ง วันนี้ MyGOLD Plus สรุป 7 เงื่อนไขสำคัญในดีลสันติภาพประวัติศาสตร์ และมุมมองผลกระทบต่อราคาทองคำมาให้เหล่านักลงทุนได้เข้าใจกันง่ายๆ
เจาะ 7 เงื่อนไขสันติภาพ สหรัฐฯ-อิหร่าน มีอะไรบ้าง?
1. ขยายระยะเวลาหยุดยิง (Ceasefire Extension) ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาหยุดยิงระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และอิหร่านออกไปอีก 60 วันทันที เพื่อสร้างบรรยากาศที่เกื้อหนุนต่อการเจรจาในขั้นต่อไป
2. เดินหน้าเจรจาโครงการนิวเคลียร์ (Nuclear Talks) เริ่มต้นนับหนึ่งช่วงเวลาเจรจาอีก 60 วัน เพื่อหารือและตกลงในรายละเอียดทางเทคนิคเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นแกนหลักของความขัดแย้งในภูมิภาคนี้
3. ปลดล็อกช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz Unlocked) สหรัฐฯ ประกาศยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม เพื่อเปิดทางให้ระบบโลจิสติกส์พลังงานโลกกลับมาเดินหน้าได้ฉลุย
4. เตรียมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร (Sanctions Relief Discussions) ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะนำเรื่องการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อประเทศอิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจาในการประชุมรอบถัดไป
5. หารือการปล่อยเงินทุนที่ถูกอายัด (Frozen Funds Frozen No More) สหรัฐฯ พร้อมพิจารณาและหารือร่วมกันเกี่ยวกับเงื่อนไขในการปล่อยเงินทุนของประเทศอิหร่านที่เคยถูกสั่งอายัดไว้ในต่างประเทศกลับคืนสู่ระบบ
6. ครอบคลุมการหยุดยิงทุกแนวรบ (Comprehensive Peace) ข้อตกลงสันติภาพครั้งนี้มีผลครอบคลุมกว้างขวาง โดยมุ่งหวังให้เกิดการยุติการสู้รบอย่างถาวรในทุกแนวรบของภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงพื้นที่ความขัดแย้งในประเทศเลบานอนด้วย
7. นัดวันลงนามฉบับสมบูรณ์ (Official Signing Ceremony) หลังจากบรรลุกรอบข้อตกลงร่วมกันแล้ว ทั้งสองประเทศมีกำหนดการเดินทางไปลงนามในสัญญาสันติภาพฉบับสมบูรณ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ประเด็นเสี่ยงที่นักลงทุนยังต้องจับตา (Remaining Risks) แม้ว่าดีลนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการลดความตึงเครียด แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์มองว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงที่ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน โดยเฉพาะรายละเอียดการควบคุมนิวเคลียร์และการยกเลิกคว่ำบาตรจริง รวมถึงท่าทีของประเทศอิสราเอลที่ไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาในครั้งนี้ และล่าสุดยังมีสถานการณ์ตึงเครียดจากการโจมตีพื้นที่ชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุต ซึ่งอาจเป็นตัวแปรที่ทำให้นักลงทุนบางส่วนยังคงแบ่งเงินไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่
สรุปมุมมองการลงทุนทองคำจาก MyGOLD Plus
การบรรลุข้อตกลงครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างรวดเร็ว ทำให้นักลงทุนคลายกังวลเรื่องเงินเฟ้อฝังลึกในระยะสั้น ส่งผลบวกให้ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดขึ้นมายืนสร้างฐานเหนือระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหนุนราคาทองแท่งในประเทศกลับมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 66,000 บาทอย่างแข็งแกร่ง จากแรงซื้อคืนทางเทคนิค (Technical Rebound)
ในกรอบเวลารายวัน ราคาทองคำกำลังอยู่ในช่วงพักฐานเพื่อสะสมพลังรอบใหม่ หากราคาสามารถยืนหยัดเหนือแนวรับสำคัญได้อย่างมั่นคง จะเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักลงทุนระยะกลางและระยะยาวในการทยอยเข้าซื้อสะสมเพื่อรอรอบการเติบโตครั้งต่อไปตามแนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่
เปลี่ยนเงินออมให้เป็นทองคำแท่งได้ง่ายๆ ในสภาวะตลาดผันผวน โหลดแอปเลย MyGOLD Plus by Ausiris
App Store: https://apps.apple.com/th/app/mygold-plus/id6504147211?l=th
Play Store: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.bluesea.mygoldplus



