แชร์

ทองคำพุ่งกว่า 2% หลังจ้างงานสหรัฐฯ ชะลอตัว ตลาดลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.ค. 2026
71 ผู้เข้าชม

ราคาทองวันนี้พุ่งกว่า 2% หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด 


ตลาดทองคำกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อราคาทองคำโลก (Gold Spot) เปิดตลาดบริเวณ 4,125 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งและปิดบวกกว่า 91 ดอลลาร์ (พุ่งขึ้นกว่า 2%) จากแรงซื้อที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งในประเทศตอบรับเชิงบวก และกลับมายืนเหนือระดับ 65,000 บาทได้อีกครั้ง

การปรับตัวขึ้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเพียงด้านเดียว แต่เป็นผลจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนต่อแนวโน้มดอกเบี้ย ประกอบกับการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ และมุมมองเชิงบวกของนักวิเคราะห์ที่เชื่อว่าราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อในระยะสั้น


แล้วอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งแรงในครั้งนี้?


1. ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัว (Weaker US Jobs Data)


ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อราคาทองคำมากที่สุดในวันนี้ คือการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Non-Farm Payrolls: NFP) ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 114,000 ตำแหน่ง ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานของสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวลง ส่งผลให้นักลงทุนมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) อาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเหมือนที่ผ่านมา ความคาดหวังนี้กลายเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างรวดเร็ว



2. ลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย (Dovish Fed Expectations)


หลังการประกาศตัวเลขจ้างงาน เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนปรับลดโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน เหลือประมาณ 55% แม้ว่าจะยังไม่มีการตัดสินใจจากเฟดในทันที แต่การที่ตลาดเชื่อว่าดอกเบี้ยอาจไม่ปรับขึ้นเพิ่มเติม ถือเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อต้นทุนค่าเสียโอกาสลดลง นักลงทุนจึงมีแนวโน้มถือครองทองคำเพิ่มขึ้น

 

3. ธนาคารกลางแห่ตุนทองคำ (Central Bank Purchases)

ข้อมูลล่าสุดจากสภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) เปิดเผยว่า ธนาคารกลางทั่วโลกได้กลับมาซื้อทองคำสุทธิถึง 41 ตันในเดือนพฤษภาคม ตัวเลขนี้เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า "ทองคำ" ยังคงเป็นสินทรัพย์สำรองที่ได้รับความเชื่อมั่นในระดับสากล ซึ่งจะช่วยพยุงและสนับสนุนแนวโน้มราคาในระยะกลางถึงระยะยาว



4. ดอลลาร์อ่อนค่า เพิ่มแรงหนุนให้ราคาทองคำ


อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ การอ่อนค่าของดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index: DXY) ซึ่งปรับลดลง 0.54% มาอยู่ที่ระดับ 100.85 จุด เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง นักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นสามารถเข้าซื้อทองคำได้ในราคาที่ถูกลง ส่งผลให้ความต้องการทองคำในตลาดโลกเพิ่มขึ้น และช่วยผลักดันให้ราคาทองคำสามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้สำเร็จ


5. ปัจจัยอื่นที่ตลาดยังต้องติดตาม


แม้ปัจจัยหลักในวันนี้จะมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ตลาดยังจับตาความเคลื่อนไหวด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์ระบุว่า การหารือระหว่างทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) มีความคืบหน้าในเชิงบวก ซึ่งความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์มักส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดทองคำเสมอ



มุมมองทางเทคนิค (Technical Analysis)


ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังจากสามารถยืนเหนือบริเวณ 4,120 ดอลลาร์ได้สำเร็จ เครื่องมือชี้วัดอย่าง RSI เริ่มฟื้นตัวจากเขตอ่อนแรง และ MACD มีแนวโน้มตัดขึ้นเหนือเส้นสัญญาณ สะท้อนว่าแรงขายเริ่มชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมหลักในระยะสั้นยังถือเป็นการรีบาวด์ (Rebound) มากกว่าการกลับเป็นขาขึ้นเต็มตัว โดยนักลงทุนต้องจับตาแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,200-4,230 ดอลลาร์ หากราคาสามารถผ่านและยืนได้อย่างมั่นคง จึงจะเพิ่มโอกาสให้แนวโน้มกลับมาเป็นบวกชัดเจนขึ้น



สรุปมุมมองการลงทุน


ทิศทางราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงอิงอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และท่าทีของเฟดเป็นหลัก นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ให้ทันท่วงที (หมายเหตุ: ตลาดทองคำสหรัฐฯ ปิดทำการในวันที่ 3 กรกฎาคม เนื่องในวันชาติสหรัฐฯ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดอาจเบาบางกว่าปกติ

 



ไม่พลาดทุกจังหวะทำกำไร ซื้อ-ขาย และออมทองคำ ผ่านแอปพลิเคชัน MyGOLD Plus by Ausiris โหลดเลยวันนี้!

App Store: https://apps.apple.com/th/app/mygold-plus/id6504147211?l=th

Play Store: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.bluesea.mygoldplus

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้